เจาะประเด็น ลิเวอร์พูล

0
337

เจาะประเด็น ลิเวอร์พูล จากตามหลังจ่าฝูง 14 แต้มเหลือเพียง 1 แต้ม

เจาะประเด็น ลิเวอร์พูล

เจาะประเด็น ลิเวอร์พูล หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม ใครจะไปเชื่อว่า จากที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล ตามหลังแมนฯ ซิตี้ มากถึง 14 แต้ม จน ณ ตอนนั้นมีสื่อและบ่อนถูกฎหมายหลายสำนัก ต่างก็ฟันธงกันไปแล้วว่าการลุ้นแชมป์ พรีเมียรลีกนั้น ได้จบลงไปแล้ว แต่ในวันนี้ ช่องว่างของสองทีม ห่างกันเหลือเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น

ในขณะที่เรือใบสีฟ้าแมนฯ ซิตี้ พลาดทำคะแนนหล่นให้กับทีมลอนดอนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งหงส์แดงลิเวอร์พูล ก็มาเยือนทีมจากลอนดอนเช่นกัน เจอกับทีมที่ฟอร์มดีที่สุดในยุโรปอย่างอาร์เซน่อล (10 นัด 25 แต้ม) แต่ก็สามารถที่จะหยุดยั้ง ฟอร์มอันร้อนแรงของอาร์เซน่อลได้สำเร็จ นี่บทสรุป 22 ข้อ จากเกมคุณภาพที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

ประเด็นที่ 1 แมนฯซิตี้ ทำแต้มหล่นจากการเสมอคริสตัล พาเลซ ลิเวอร์พูลไม่ทิ้งโอกาสนี้ บีบช่องว่างจากที่เคยห่าง 3 แต้ม เข้ามาใกล้เหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น นี่เป็นการแย่งแชมป์ที่ตื่นเต้นที่สุดในพรีเมียร์ลีก พอๆกับฤดูกาล 2018-19 ที่ลิเวอร์พูล กับแมนฯ ซิตี้ ยืนแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใครเช่นกัน

อย่างที่บอกไปแล้วว่าใครจะไปเชื่อว่า ลิเวอร์พูลจะทำแต้มเข้าใกล้ แมนฯ ซิตี้ ได้มากขนาดนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปในช่วงต้นเดือนมกราคม แมนฯ ซิตี้ ทำแต้มทิ้งห่างถึง 14 แต้ม แต่ลิเวอร์พูลก็ยังไม่ถอดใจ มองชัยชนะเกมต่อเกม จนบีบแต้มเข้ามาทีละนิด เหลือห่างแค่ 1 คะแนนเท่านั้น

ประเด็นที่ 2 ลิเวอร์พูล สามารถคว้าชัยชนะในเกมเยือน เป็นนัดที่ 100 ในยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์ ส่วนในฤดูกาลนี้ พวกเขาเป็นทีมที่ยิงประตูในเกมเยือนได้มากที่สุด (38 ลูก) สถิติตรงนี้น่าสนใจดี เพราะ ณ เวลานี้ ลิเวอร์พูลยิงนอกบ้านกับในบ้าน ได้ใกล้เคียงกันมากๆ (นอกบ้าน 38 ลูก ในบ้าน 37 ลูก) แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานว่าไม่ว่าจะเล่นที่สนามไหน ก็สามารถยิงได้ต่อเนื่อง

ประเด็นที่ 3 สำหรับตอนนี้อย่างที่แฟนบอลหลายๆคนรู้กันว่า โม ซาลาห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ รายนี้ร่างกายไม่สมบูรณ์มาก ทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งสามประสานชุดใหม่ มาเน่ – โชต้า – ดิอาซ ลงตัวจริงพร้อมกันครั้งแรก ถ้าลองคิดเล่นๆ ว่าซีซั่นหน้าซาลาห์ไม่อยู่กับทีมต่อไป แนวรุกสามคนนี้อาจจะกลายมาเป็นตัวหลักของทีมได้ในอนาคต

เจาะประเด็น ลิเวอร์พูล จากตามหลังจ่าฝูง 14 แต้มเหลือเพียง 1 แต้ม 

ประเด็นที่ 4 อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตที่มีความน่าสนใจก็คือ แม้ปืนใหญ่อาร์เซน่อล จะมีฟอร์มที่ดีมากขนาดไหน แต่สถิติบอกว่า พวกเขาเล่นไม่ดีเลย เวลาเจอลิเวอร์พูล 5 เกมหลังสุด ทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อล ยิงหงส์แดงลิเวอร์พูลไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว แถมในซีซั่นนี้ หงส์แดงลิเวอร์พูล บุกมาชนะถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมได้แล้วหนึ่งเกม ในคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ เกมนั้นชนะ 2-0 นั่นเอง

ประเด็นที่ 5 หลังจากการแข่งขัน สิ่งที่หลายๆคนได้เห็นจากอาร์เซน่อล คือ “ความมีชีวิตชีวา” แฟนปืนใหญ่หลายๆคนต่างก็จำได้ว่าในครึ่งซีซั่นแรก เกมที่ลิเวอร์พูลชนะอาร์เซน่อล 4-0 ในรั่วแอนฟิลด์ เกมนั้นอาร์เซน่อล ส่งโอบาเมย็องลงตัวจริง ทีมไม่ได้เล่นอย่างสดชื่น และสนุกมากขนาดนี้ แต่พอไม่มีโอบา นักเตะอาร์เซน่อลทุกคนกลับวิ่งไล่ วิ่งสู้ เพรสซิ่งลุยใส่ลิเวอร์พูลอย่างไม่กลัวเลย

การที่ทีมเอาโอบาเมย็องย้ายทีมออกไป นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีเป็นมาก เพราะมันทำให้นักเตะอย่างกาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ได้โอกาโชว์ฟอร์มโหด เกมนี้เขาโชว์ทริกสวยๆ ไป 2 ครั้ง หมุนวนหลบ ดิอาซ-เฮนเดอร์สัน-มาติป ในครึ่งแรก และ แตะลอดขาเฮนเดอร์สันก่อนกระชากหลบเทรนต์ในครึ่งหลัง ไม่แปลกใจที่มาร์ติเนลลี่จะถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่แล้ว เด็กคนนี้ไปได้ไกลแน่ และถ้าอาร์เซน่อลได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นหน้า เขาจะยิ่งเฉิดฉายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

จนในตอนนี้ ทีมอย่างหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นเหลือเกมการแข่งขันอีกเพียงแค่ 9 นัดเท่านั้น แบ่งเป็น เกมเหย้า 5 เกมเยือน 4 และเงื่อนไขก็ตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าหากลิเวอร์พูลนั้นสามารถชนะได้ทุกนัด จะส่งผลให้พวกเขาเป็นแชมป์ทันที ดังนั้น 9 เกมต่อจากนี้ จะเหมือนนัดชิงชนะเลิศทุกเกมเลยนั่นเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here