ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน

0
311

ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน วิเคราะห์ 5 ประเด็นต่างๆท้ายเกม

ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน

ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน การแข่งครั้งนี้หากดูแค่สกอร์ ไม่ได้เจาะลึกเกมแล้ว อาจดูเป็นการแข่งขันสบายๆแต่หากมองที่รูปเกมแล้ว ลิเวอร์พูลทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แฟนบอลที่ดูเกมนี้จะเห็น รีแอคชั่นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่โมโหลูกทีมอยู่ข้างๆสนาม และตะโกนคำว่า PASS THE BALL อยู่แทบจะตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ชนะก็คือชนะ แม้จะมีคำถามบ้าง แต่มันก็คือสามแต้มที่ดี เป็นการเร่งเครื่องไล่กดดันจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อไปอีกสัปดาห์ เรียกได้ว่าหงส์แดงสู้ไม่ถอยจริงๆ และนี่คือบทสรุป จากเกมที่สนามเอเม็กซ์ ของไบรท์ตัน

ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน วิเคราะห์ 5 ประเด็นต่างๆท้ายเกม ชัยชนะที่เกือบจะสวยงาม

ประเด็นที่ 1 : ก่อนเกมมีข่าวว่านักเตะลิเวอร์พูล 3 คนติดโควิด ได้แก่ เวอร์จิล ฟานไดค์, ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ โกนาเต้ แต่พอไลน์อัพนักเตะออกมาจริงๆกลายเป็นว่า ฟาน ไดค์ กลับได้ลงตัวจริง ส่วน ติอาโก้ เป็นตัวสำรองเชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเก็บเขาเอาไว้ให้สภาพเต็มที่ที่สุด เพื่อไว้แข่งกับอาร์เซน่อล ในกลางสัปดาห์นี้ ส่วนนักเตะที่มีแนวโน้มว่าจะติดโควิดจริงๆ ก็เหลือแค่โกนาเต้เท่านั้น ส่วนแนวรุกของหงส์แดง เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เลือกใช้ ดิอาซ-มาเน่-ซาลาห์ ซึ่งดูจะเป็นคอมบิเนชั่นที่คล็อปป์ชอบที่สุดในตอนนี้ซะแล้ว นัดชิงคาราบาวคัพก็ใช้ 3 คนนี้ลงด้วยกัน

ประเด็นที่ 2 : เกมเริ่ม นัดนี้ลิเวอร์พูลได้ประตูเร็วมากตั้งแต่นาทีที่ 19 เท่านั้น จากจังหวะเติมเกมขึ้นสูงของโจเอล มาติป ก่อนตักบอลยาวเหมือนควอเตอร์แบ็ก บอลพุ่งมาที่หลุยส์ ดิอาซ ที่จุดนัดพบ ดิอาซโหม่งเร็วทันที บอลลอยเข้าประตูไปง่ายๆ ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0 โดย โจเอล มาติป เป็นคนแอสซิสต์ลูกนี้ ตอกย้ำไปอีกว่าเขาคือกองหลังที่ดีขนาดไหน ในเดือนกุมภาพันธ์ มาติปได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพรีเมียร์ลีกจากผลงาน หลังจากลงเล่น 4 นัดพาทีมชนะรวดทั้งหมด พร้อมเก็บคลีนชีทไป 3 นัด และยังมีอีก 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ อีกด้วย

ในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล มีกองหลังเพียงแค่ 3 คนในลิเวอร์พูลเท่านั้น ที่เคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน โดยก่อนหน้ามาติป ก็จะมี ซามี่ ฮูเปีย ในเดือน พฤศจิกายน 1999 , เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ในเดือน ธันวาคม 2018 , เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในเดือน ธันวาคม 2019 และ เดือนพฤศจิกายน 2021 และตอนนี้มาติป ได้กลายเป็นหนึ่งในนั้นแล้ว มาติป ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ,ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขาได้รับการยกย่องจากแฟนๆลิเวอร์พูลว่า เป็นตัวฟรีที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ทีม เทียบเท่ากับเจมส์ มิลเนอร์ และในเกมนี้เขาก็ปล่อยของด้วยการแอสซิสต์ด้วย

ประเด็นที่ 3 : สำหรับประตู 1-0 ดิอาซ วิ่งมาถึงบอลได้ก่อนและยิงได้ก็จริง แต่โดนโรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูไบรท์ตัน วิ่งมาปะทะจนกองกับพื้น ถ้าดูจากครั้งแรก มองยังไงก็รอดใบแดงยากมากๆ เพราะเป็นการยกขาสูงไปอัดที่่ลำตัวของดิอาซเต็มๆ แต่หลังจากกรรมการเช็ก VAR ที่อาจเป็น Possible Red Card ปรากฎว่ากรรมการไม่ให้ใบแดง จังหวะนี้ไมเคิล โอเว่น คอมเมนเตเตอร์ของพรีเมียร์ลีกอธิบายว่า “ซานเชซจะเล่นบอล แต่เขาเข้าบอลช้าไปเสี้ยววินาที บางทีความไม่เจตนาน่าจะทำให้กรรมการ VAR พิจารณาไม่ลงโทษ”

ส่วนแฟนคลับของ ลิเวอร์พูล ที่อังกฤษก็เปรียบเทียบ ในฤดูกาล 2017-18 ในตอนที่ซาดิโอ มาเน่ ไปเตะโดนหน้าเอแดร์ซอน ครั้งนั้นมาเน่ก็ตั้งใจเล่นบอลเหมือนกัน และเข้าช้าไปแบบไม่เจตนาเหมือนกัน ทำไมคราวนั้นมาเน่โดนไล่ออก แล้วทำไมครั้งนี้ซานเชซได้อยู่ในสนามต่อ แม้แต่ใบเหลืองก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ส่วนเจมี่ คาร์ราเกอร์ก็ไม่เห็นด้วยที่กรรมการไม่ไล่ซานเซซออก โดยกล่าวว่า “ผมคิดว่ากรรมการต้องคิดว่า ลูกโหม่งก็ได้ประตูไปแล้วนี่ มันเหมือนกับว่า 1 ประตูก็มากพอแล้วนะ”

ประเด็นที่ 4 : ไบรท์ตัน ไม่ได้กดดันลิเวอร์พูลมากนัก ทำให้หงส์แดงสามารถที่จะเล่นไปตามจังหวะ และมีโอกาสเรื่อยๆ แต่ปิดไม่ลงเอง เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลได้ประตูนำ 2-0 จากลูกยิงของนาบี เกอิต้า ที่ไปโดนแขนอีฟ บิซซูม่าเต็มๆ กรรมการชี้จุดโทษไม่ลังเล เพราะยกแขนขึ้นมาแบบผิดธรรมชาติ และขวางทิศทางที่อาจเป็นประตูได้ โม ซาลาห์ รับหน้าที่ยิงแล้วอัดไปตรงกลางเต็มแรง ลิเวอร์พูลนำ 2-0 นี่เป็นประตูที่ 20 ของซาลาห์ ในฤดูกาลนี้ นั่นแปลว่า ใน 5 ฤดูกาลที่ลงเล่นกับลิเวอร์พูล ซาลาห์ยิงได้ทะลุ 20 ประตูไปมากถึง 4 ฤดูกาลแล้ว

ประเด็นที่ 5 : เกมนี้เป็นชัยชนะของลิเวอร์พูลก็จริง แต่จุดที่มีการตำหนิมีเพียงอย่างเดียวคือ กองหน้า 3 คน ไม่จ่ายบอลให้กัน คล็อปป์ใช้คำว่า Missed the final pass คือกองหน้าทุกคน เลี้ยงบอลเก่ง เลี้ยงแหวกคู่แข่งได้สบายๆ แต่พอถึงจังหวะที่ควรจ่ายให้คนที่ยืนในตำแหน่งที่ดีกว่า ไม่มีใครคิดจะส่งกันเลย มาเน่ เกี่ยวบอลได้สวยมากในครึ่งแรก ซ้ายมีดิอาซ ขวามีซาลาห์ แต่เขาเลือกยิงเองดื้อๆ บอลก็แป้กไม่แรง กลายเป็นเสียของไปแบบง่ายจนเกินไป

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่ thidet.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here