ลิเวอร์พูล vs เบนฟิก้า

0
301

ลิเวอร์พูล vs เบนฟิก้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ

ลิเวอร์พูล vs เบนฟิก้า

ลิเวอร์พูล vs เบนฟิก้า ในศึกการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อวันพุธที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นในแอนฟิลด์ รับมือ เบนฟิก้า โดยเกมแรก หงส์แดง ลิเวอร์พูล สามารถบุกไปเอาชนะมา เบนฟิก้า ถึงบ้านมา 3-1 เลยทีเดียว

เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนทีมถึง 7 ตำแหน่งจากเกมที่บุกเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีกมาล่าสุด เพื่อพักไว้ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้งในศึกฟารแข่งขัน เอฟเอ คัพ รอบรองฯ ในวันเสาร์นี้ โดยส่งทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยืนล่าตาข่ายร่วมกับ ดีโอโก้ โชต้า และหลุยส์ ดิอาซ ส่วนทางฝั่ง เบนฟิก้า มีตัวความหวังอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ ดาวยิงตัวเก่งของทีม

ลิเวอร์พูล vs เบนฟิก้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ไฮไลท์การแข่งขันช่วง 45 นาทีแรก

การแข่งขันในช่วงครึ่งแรก ผ่านมานาที 13 กลายเป็นฝั่งของ เบนฟิก้า เกือบได้ลุ้นประตูขึ้นนำ จากบอลสวนกลับขึ้นมาถึง เอแวร์ตอน ที่ตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้โอกาสลุ้นเลยทีเดียว

จนกระทั้งการแข่งขันมาถึงในนาที 21 ก็กลายเป็นฝั่งของเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล ที่ได้โอกาสเฮก่อนหลัง ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะของ คอสตาส ซิมิคาส ก่อนจะเปิดบอลโค้งมาให้กับ อิบราฮิมา โกนาเต้ ที่กระโดดลอยตัวโขกบอลตกพื้นเบียดเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์รับทันที

หลังจากนั้นในนาที 32 ก็กลายเป็นฝั่งของ เบนฟิก้า ที่สามารถไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะของ ดิโอโก้ กอนซัลเวส ที่ได้แทงบอลไปแฉลบกับ เจมส์ มิลเนอร์ ก่อนจะถึง กอนชาโล่ รามอส ที่สามารถหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านอลีสซง ตุงตาข่ายทันทีและ วีเออาร์ ยืนยันว่าไม่มีการล้ำหน้าแน่นอน สกอร์รวมไล่มาเป็น 2-4 ทันที

ในนาที 38 เป็นจังหวะของ ลิเวอร์พูล ที่พลาดโอกาสได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดายจากจังหวะที่ ฟีร์มีโน่ หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบก่อนจะถวายพานไหลไปเสาไกลให้ ดิอาซ ที่ได้โอกาสจะกระทุ้งบอลเข้ากรอบอยู่แล้วแต่กลับไปโดน อเล็กซ์ กริมัลโด้ ที่ใช้โอกาสแหย่ขาสกัดออกหลังไปได้ก่อนนั่นเอง จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ เบนฟิก้า 1-1

ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบ เบนฟิก้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ไฮไลท์การแข่งขันช่วงครึ่งหลัง

ครึ่งหลัง นาที 55 ลิเวอร์พูลได้สกอร์เพิ่มเป็น 2-1 ได้สำเร็จจากจังหวะของ ดิอาซ จับบอลยาวก่อนไปถึง วลาโชดิมอส แต่ผู้รักาาประตูรับบอลพลาดแต่ ยาน แฟร์ต็องเกน ก็เคลียร์ได้ทันท แต่สกัดไม่ดีไปเข้าทาง โชต้า ทางด้านซ้ายก่อนที่มิดฟิลด์ฝอยทองจะครอสมาหน้าประตูให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ใช้ทักษะ จนสามารถหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดเต็มข้อเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย สกอร์รวมสองนัด ลิเวอร์พูล นำโด่ง 5-2

ต่อมาในนาทีที่ 65 ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูเพิ่มขึ้นอีก จากจังหวะของ ซิมิคาส ที่มีโอกาสเปิดฟรีคิกด้วยซ้ายมาหน้าประตู โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หนีตัวประกบวิ่งไปแปสวนตัว วลาโชดิมอส เข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นเม็ดที่สองในเกมนี้พร้อมมีลุ้นแฮตทริก ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่างเป็น 3-1 สกอร์รวมหนีห่างทีมเยือนเบนฟิก้ามากถึง 6-2

ต่อมาในนาทีที่ 73 กลายเป็นฝั่งของ เบนฟิก้า ที่ยังฮึดสู้ไล่มาอีกครั้งเป็น 2-3 จากจังหวะของ โรมัน ยาเรมชุค ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปแตะหลบ อลีสซง แล้วแปแบบนิ่มๆเข้าไป แม้ว่าผู้ตัดสินจะเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปแล้วในจังหวะนั้น แต่วีเออาร์เช็กแล้วว่าไม่ล้ำหน้าทำให้ทีมเยือนมีสกอร์รวมไล่มาเป็น 3-6

ต่อมาในนาทีที่ 82 กลายเป็นฝั่งของ เบนฟิก้า ที่ได้ประตูตีเสมอจากจังหวะของ เอแวร์ตอน ที่ใช้ทักษะส่วนตัว หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปก่อนจะปล่อยให้ ดาร์วิน นูนเญซ เอี่ยวตัวยิงประตูผ่านตัวอลีสซงเข้าไปอย่างสวยงาม และแม้ว่าผู้ตัดสินจะเป่าล้ำหน้าก่อนอีกแล้ว แต่ว่าทางวีเออาร์เช็กแล้วไม่ล้ำหน้าเนื่องจาก ชูเอา มาริโอ ยืนต่ำกว่า โกนาเต้ ทำให้ได้ประตูไล่ตีเสมอ 3-3 สกอร์รวมเป็น 4-6

ในนาทีสุดท้าย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ใช้ทักษะพลิ้วล็อกหนีก่อนจ่ายไปเสาไกลให้ มาเน่ ยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย แต่เป็นลูกล้ำหน้าไปอยา่งน่าเสียดาย จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอกับ เบนฟิก้า 3-3 แต่สกอร์รวมสองนัดเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 6-4 เข้าไปพบกับ บียาร์เรอัล ซึ่งจะแข่งรอบตัดเชือกนัดแรกในวันที่ 26-27 เม.ย.นี้

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here