มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด , บรูโน่-ป็อกบาเข้าขา ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ทุบ เชฟยู

มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด กลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้ง หลังจากที่ซัดแฮตริกแรกในอาชีพพ่อค้าแข้ง ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 ที่สนามโอลด์

0
24

มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด , บรูโน่-ป็อกบาเข้าขา ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ทุบ เชฟยู

มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด
มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด

มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด กลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้ง หลังจากที่ซัดแฮตริกแรกในอาชีพพ่อค้าแข้ง ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

นอกจาก มาร์กซิยาล จะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นแล้ว เกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ได้ลงเป็นตัวจริงร่วมกันเป็นครั้งแรก และประสานงานกันได้อย่างเข้าขาเหมือนกับเล่นกันมานาน ซึ่งนี่คือสิ่งที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” ปรารถนามานาน และก็ไม่ผิดหวัง

ขณะเดียวกันสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือการเติมเกมบุกของ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่มีโอกาสช่วยทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ในส่วนของ เนมานย่า มาติช ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถึงต้องการเก็บเขาเอาไว้กับทีม ซึ่งแมตช์นี้ทุกๆ คนคงได้รับคำตอบกันแล้ว

ต้องยอมรับว่าระบบที่ โซลชา พยายามปั้นแต่งขึ้นมานับตั้งแต่กุมบังเหียน “ผีแดง” เริ่มค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในซีซั่นนี้พวกเขาคงคาดหวังในเรื่องการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยซักรายการ และการทำอันดับติดท็อปโฟร์ ส่วนในฤดูกาลหน้า การลุ้นแชมป์ลีกคือเป้าหมายหลักแน่นอน

1. สามประสานฟอร์มระเบิด

เป็นไปตามคาดที่ โซลชา จัดแนวรุกแบบโหดทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด โดยทั้ง 3 คนเต็มไปด้วยทักษะและความเร็ว ซึ่งงานนี้ “น้าลูกอม” คิดถูกจริงๆ เพราะพวกเขาประสานงานกันได้อย่างเข้าขา จัดการปั่นป่วนเกมรับของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนพังยับเยิน

แรชฟอร์ด ยังคงทำผลงานได้อย่างหวือหวา และมีโอกาสที่จะทำประตูให้ทีมขึ้นนำในช่วงต้นเกม แต่น่าเสียดายที่ขาดความเฉียบคมไปหน่อย กระนั้นสิ่งเหล่านี้ถูกทดแทนด้วยฟอร์มที่สุดยอด เมื่อเขาใช้ความเร็วและทักษะในการป่วนเกมรับ “ดาบคู่” ที่สำคัญยังประสานงานกับ มาร์กซิยาล ได้อย่างลงตัว โดยช่วยแอสซิสให้ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ 2 ลูก โดยเฉพาะประตูปิดท้ายที่ทั้งคู่โชว์ให้เห็นลีลาการต่อบอลที่สวยงาม ก่อนที่แข้งเลือดเฟร้นช์จะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

ในส่วนของ กรีนวู้ด มีพัฒนาที่น่าสนใจมากๆ ทั้งรูปร่างที่ใหญ่ขึ้น และทักษะที่ยอดเยี่ยม ทำให้เกมรุกทางฝั่งขวาของ “ปีศาจแดง” น่ากลัวมากขึ้นหลายเท่า โดยทุกครั้งที่ “ไม้เขียว” ได้บอลเขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการกระชากลากเลื้อยทำให้เกมรับของทีมเยือนต้องระส่ำไปหมด

สำหรับตอนนี้ดูเหมือนว่า โซลชา จะมีแนวรุกในดวงใจแล้ว และหากทั้งสามคนมีโอกาสได้ลงร่วมกันอย่างต่อเนื่อง บอกเลยว่าความดุดันของพวกเขา ไม่แตกต่างจากความสุดยอดของ  3 แนวรุกสุดระห่ำอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ จาก ลิเวอร์พูล แน่นอน

2.  มาร์กซิยาล ฟอร์มระเบิดเถิดเทิง 

หลายคนมักจะปรามาสผลงานของ มาร์กซิยาล บ่อยๆ โดยเฉพาะในเกมที่เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ทำผลงานได้น่าผิดหวังว่า โดยเขามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในแมตช์นั้น แถมยังไม่สามารถฉกฉวยโอกาสจากจังหวะนั้นได้ด้วย

อย่างไรก็ตามในเกมนี้ มาร์กซิยาล พลิกฟอร์มจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเขาสามารถสร้างผลงานที่สุดยอดออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเพียงแค่ 6 นาทีก็สามารถช่วยปลดล็อกให้ทีมด้วยการซัดประตูขึ้นนำ จากนั้นก็จัดการบวกอีกสองประตูซึ่งกลายเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ และแฮตทริกครั้งแรกในสีเสื้อของ แมนฯยูไนเต็ด และเป็นแฮตทริกแรกของ “ผีแดง” ในรอบ 7 ปี ต่อจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ที่สำคัญตอนนี้ มาร์กซิยาล ซัดไปแล้ว 19 ประตูจากการเล่นทุกรายการ มากกว่า โรเมลู ลูกากู ที่ทำเอาไว้เมื่อซีซั่นที่แล้วจำนวน 16 ประตู แน่นอนว่าตอนนี้นักเตะมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้ อาจจะได้เห็นของเด็ดจากเจ้าตัวอีกแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หากจะมองหาข้อวิจารณ์ หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ก็คงมีแค่เรื่องเดียวนั้นก็คือในช่วงครึ่งแรกที่เขาตัดสินใจส่งบอลให้ แรชฟอร์ด บริเวณหน้าประตู แทนที่จะยิงเอง ซึ่งจังหวะนั้น กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซัดพลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ

3. วาน บิสซาก้า โดดเด่นเกมรุก 

แมตช์นี้หนึ่งในนักเตะที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากก็คือ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถพัฒนาการเล่นเกมรุกได้ดุดันมากยิ่งขึ้น และมีส่วนสำคัญในการปั่นป่วนเกมริมเส้นฝั่งขวาของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนทำให้อาคันตุกะตั้งกระบวนรับไม่อยู่

ต้องยอมรับว่าเกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นเกมทางฝั่งขวาบ่อยมากๆ ในครึ่งแรก โดย วาน-บิสซาก้า มีโอกาสที่จะได้ดันเกมบุกอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสได้เปิดบอลบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละชอตก็ทำให้แนวรับของ “ดาบคู่” ระส่ำระส่าย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ โซลชา ต้องการอย่างมากจาก ดาวเตะเลือดผู้ดีรายนี้

การที่ทีมขึ้นเกมทางขวาบ่อยทำให้ วาน-บิสซาก้า ได้สร้างโอกาสให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด บ่อยๆ และในที่สุดก็มาประสบความสำเร็จด้วยการโชว์การกระชากบอลก่อนเปิดให้ มาร์กซิยาล ซัดประตูที่สอง ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 2-0 ซึ่งเป็นแอสซิสต์สำคัญของเจ้าตัวในเกมนี้

จังหวะดังกล่าวถือเป็นแอสซิสต์ที่สองของ วาน-บิสซาก้า ในช่วง 6 เกมลีกหลังสุด  อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นเรื่องดีมากๆ สำหรับสาวก “เร้ด อาร์มี่” ที่ได้เห็นแบ็กขวาของพวกเขามีการเล่นเกมบุกที่น่ากลัวมากขึ้น ขณะที่เกมรับเจ้าตัวการันตีความเหนียวอยู่แล้ว

4. บรูโน่-ป็อกบา-มาติช คุมแดนกลางอยู่หมัด

สิ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากเห็นมากที่สุดก็เป็นความจริงแล้วนั่นก็คือการที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ลงเล่นร่วมกันตั้งแต่ต้นเกม และงานนี้ทั้งสองคนก็ไม่ทำให้สาวก “เร้ด อาร์มี่” ต้องผิดหวัง เมื่อประสานงานกันได้อย่างเข้าขารู้ใจ

ในเกมกับ สเปอร์ส ทั้งสองคนมีโอกาสได้ประสานงานกันในช่วงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย และก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ป็อกบา ที่ลงมาเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง และช่วยทีมได้จุดโทษ ซึ่ง แฟร์นันด์ส จัดการสังหารเป็นประตูตีเสมอ ทำให้ทีมได้แบ่งแต้มในแมตช์นั้น

สำหรับเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด “น้าลูกอม” เลือกใช้งานทั้งสองคนตั้งแต่ต้นเกม และพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ช่วยให้เกมรุกของ “ปีศาจแดง” มีมิติมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ แฟร์นันด์ส และ ป็อกบา เล่นด้วยความนิ่ง พร้อมทั้งยังช่วยดึงศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมออกมาด้วย

ในส่วนของ ป็อกบา ต้องบอกว่าตอนนี้กลับมาฟิตสมบูรณ์ และมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยหลายๆ จังหวะที่เขาแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่เชื่อมั่น บางครั้งยังมีการโชว์สเต็ปการเลี้ยงหลบคู่แข่งหลายๆ ครั้ง รวมไปถึงการผ่านบอลที่แม่นยำ ต้องบอกเลยว่าแมตช์นี้ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ กำลังจะกลับมาสู่ที่สุดยอดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามยังมีอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ เนมานย่า มาติช เพราะนักเตะถือว่าเป็นแข้งปิดทองหลังพระ ซึ่งหากไม่มี ดาวเตะชาวเซอร์เบีย คอยทำหน้าที่ตัดเกมแดนกลาง ทั้ง ป็อกบา และ แฟร์นันด์ส คงไม่ได้เล่นสบายๆ อย่างที่เห็นแน่นอน

5. ระบบ โอเล่ เริ่มเข้ารูปเข้ารอย 

ผลการแข่งขันในแมตช์นี้มีความสำคัญอย่างมากกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือระบบการเล่นที่ โซลชา พยายามนำมาใช้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากยิ่งขึ้น เพราะเห็นได้ชัดว่าทีมของเขาสามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัวในแมตช์นี้

ตั้งแต่แนวรุกยันเกมรับ ต้องบอกว่าเกมนี้ทุกตำแหน่งเล่นได้เนียนตามากๆ แถมยังเล่นในปรัชญาที่พวกเขาพยายามทำมาตลอดนั่นก็คือการเล่นเกมบุก เน้นเอนเตอร์เทน ซึ่งหากพวกเขามีความเฉียบคมมากกว่านี้บอกเลยว่าครึ่งแรกสกอร์คงนำห่างถึง 4 ประตู

สำหรับตอนนี้ โซลชา นำทีมไม่แพ้ใครมานานถึง 13 เกมแล้ว และที่สำคัญฟอร์มการเล่นของพวกเขายังเป็นการกดดัน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในการเบียดแย่งอันดับท็อปโฟร์ เพราะทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันพฤหัสบดี หากพวกเขาเก็บ 3 แต้มไม่ได้ งานนี้ แมนฯ ยูฯ ยิ้มกริ่มแน่นอน

ในส่วนของแมตช์ต่อไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือการพบกับ นอริช ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ วันเสาร์นี้ ตามด้วยการออกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในเกมลีกช่วงกลางสัปดาห์หน้า โดยผลงานในเวลานี้ต้องบอกเลยว่าคู่แข่งยากจะต้านทานได้แน่นอน

ติดตามข่าวกีฬา ทีเด็ด เพิ่มเติม

ขอขอบคุณแหล่งข่าว siamsport

ติดตามผลงานได้ที่เพจ อาชาพาวินv1

สนใจสมัครสมาชิกได้ที่ Line id : @archa898

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here