11 ปี มาเคด้า จาก ฮีโร่ประตูชัยเฉือน วิลล่า สู่ดาวดับที่โลกลืม

ในหน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลมีนักเตะดาวรุ่งที่แจ้งเกิดมากมาย ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นพ่อค้าแข้งที่ยิ่งใหญ่ สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นหนึ่งในสโมสรเหล่านั้นที่ผลิตแข้งแห่งอนาคตออกมาโลดแล่นในวงการลูกหนังหลายคน แต่ก็มีบางคนที่หายเข้ากลีบเมฆ หลังจากทำผลงานสุดยอดไม่กี่นัด

0
103

11 ปี มาเคด้า จาก ฮีโร่ประตูชัยเฉือน วิลล่า สู่ดาวดับที่โลกลืม

ในหน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลมีนักเตะดาวรุ่งที่แจ้งเกิดมากมาย ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นพ่อค้าแข้งที่ยิ่งใหญ่ สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นหนึ่งในสโมสรเหล่านั้นที่ผลิตแข้งแห่งอนาคตออกมาโลดแล่นในวงการลูกหนังหลายคน แต่ก็มีบางคนที่หายเข้ากลีบเมฆ หลังจากทำผลงานสุดยอดไม่กี่นัด

ทัพ “ปีศาจแดง” โด่งดังสุดขีดกับการผลิตนักเตะชุดหยุดโลกหรือ “คลาส ออฟ 92” ที่เป็นกำลังสำคัญสร้าง แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่คับอังกฤษ แต่หลังจากนั้นผลผลิตจากศูนย์เยาวชนของพวกเขาไม่ค่อยแจ่มมากนัก จนกระทั่งการแจ้งเกิดของ มาร์คัส แรชฟอร์ด , สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เมสัน กรีนวู้ด เป็นต้น

ย้อนไปในช่วงยุคมิลเลนเนียม น่าจะประมาณปี 2009 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งเกิดกองหน้าแห่งอนาคตนั่นก็คือ เฟเดริโก้ มาเคด้า ไอ้หนูดาวรุ่งชาวอิตาเลียน โดยในปีนั้น แข้งหนุ่มน้อยวัย 17 ปีมีชื่ออยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง “ผีแดง” ก่อนจะได้รับโอกาสลงสนามแมตช์ปะทะ แอสตัน วิลล่า

ก่อนที่จะลงเล่นกับ “สิงห์ผงาด” นั้น  ลูกทีมของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มออกอาการเป๋ แพ้มาติดกัน 2 นัด กับ ลิเวอร์พูล และฟูแล่ม ซึ่งถ้าทำแต้มหลุดในแมตช์รับมือ วิลล่า งานนี้อาจทำให้พวกเขาร่วงจากตำแหน่งจ่าฝูง และโดน “หงส์แดง” แซงหน้าเอาได้ง่ายๆ

ฉะนั้นเกมลีกที่ “โรงละครแห่งความฝัน” ในวันที่ 5 เมษายน 2009 พวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาชนะให้ได้ โดยเพียงแค่ 14 นาทีเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่อาคันตุกะได้ 2 ประตูรวดจาก ยอห์น คาริว นาทีที่ 30 และ กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ช่วงต้นครึ่งหลัง จากนั้น “เฟอร์กี้” ตัดสินใจส่งไฟ่ใบสุดท้ายนั่นก็คือ มาร์เคด้า  ซึ่งตอนนั้นอายุแค่ 17 ปี ลงสนามแทน นานี่

จากนั้น “ซีอาร์ 7” จะซัดตีเสมอช่วง 10 นาทีสุดท้าย จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง “เฟอร์กี้ไทม์” เมื่อ มาเคดค้าโชว์ความเป็นสุดยอดกองหน้าแห่งอนาคตด้วยการกลับตัวยิงประตูอย่างสุดยอดช่วยให้ “ผีแดง” เฉือนชนะ 3-2 คว้า 3 คะแนนสำคัญ และเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนนำไปสู่การคว้าแชมป์ลีกในซีซั่น 2008/2009 ซึ่งทำให้พวกเขาทำสถิติคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 18 สมัยเท่ากับ ลิเวอร์พูล  (ปัจจุบัน 20 สมัย)

ในเวลานั้น มาร์ติน ไทเลอร์ พิธีกรยังตะโกนแหกปากชื่อของเขาจนเสียงหลง ส่วน แอนดี้ เกรย์ ผู้ช่วยพิธีกร ประกาศก้องแบบไม่มีเขินว่า “สตาร์คนใหม่ถือกำเนิดแล้ว” หลังจากนั้นชีวิตของ มาเคด้า ก็เปลี่ยนไปจากดาวรุ่งธรรมดาๆ กลายเป็นสตาร์ที่น่าจับตามองที่สุด

อีกสัปดาห์ต่อไปในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ นั้น มาเคด้า ได้รับโอกาสลงสนามแทน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ โดยสถานการณ์ในตอนนั้นสกอร์เสมอกัน 1-1 และเหลืออีกแค่ 15 นาที จากนั้น ดาวเตะชาวอิตาเลียน ก็แผลงฤทธิ์ด้วยการยื่นเท้าแตะบอลจากการยิงไกลของ ไมเคิ่ล คาร์ริค เปลี่ยนทิศเข้าประตู ช่วยให้ “ผีแดง” ชนะ 2-1

อย่างไรก็ตาม มาเคด้า เปรียบดั่งพลุที่ระเบิดอยู่กลางอากาศก่อนจะค่อยๆ วูบหายไป เพราะหลังจากซีซั่นดังกล่าว ชีวิตของ หัวหอกชาวเมืองมะกะโรนี ก็มีแต่ค่อยๆ ดำดิ่งลงเรื่อยๆ และไม่กลับมาเป็นนักเตะที่ได้ชื่อว่า จะก้าวขึ้นมาเป็นดาวจรัสแสงแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ฤดูกาล 2009/2010 มาเคด้า ยิงประตูไม่ได้เลยจนกระทั่งอีก 2 วันจะครบ 1 ปีที่เขายิงประตูแรกเกมชนะ วิลล่า เมื่อซัดประตูตีไข่แตกในเกมแพ้ เชลซี 1-2 แต่จากภาพช้าเห็นได้ชัดว่าเป็นจังหวะแฮนด์บอล ซึ่งถ้าเป็นปัจจุบันมีระบบวีเออาร์ คงแห้วประตูไปแล้ว

หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ ซามพ์โดเรีย ในปี 2011 ซึ่งที่นั่นเขายิงได้แค่ 1 ประตูจาก 16 เกมในทุกรายการ อีก 1 ปีถัดมาก็ยิงประตูไม่ได้เลยกับการเล่นให้ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส จนกระทั่งในปี 2013 เมื่อ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจวางมือจากการคุมแมนฯ ยูไนเต็ด และปล่อยให้ เดวิด มอยส์ เข้ามาสืบทอดตำแหน่ง มาเคด้า ก็แทบจะหมดอนาคต

ช่วงเวลานั้นเจ้าตัวระหกระเหินเป็นนักเตะพเนจรแบบสัญญาเช่าทั้ง สตุ๊ตการ์ท ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส (2 ครั้ง) และเบอร์มิงแฮม ซิตี้

กระทั่งในปี 2014 เจ้าตัวย้ายไปอยู่กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ก็ยังคงล้มเหลวต่อไป และโดนส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในปี 2016 โดยในปีนั้น คาร์ดิฟฟ์ ตัดสินใจยกกเลิกสัญญา แต่เดชะบุญ โนวาร่า รับเซ้งต่อและอยู่กับทีมถึงปี 2018 และโดนขายทิ้งเพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ช่วยทีมแถมเปลืองเงินอีกต่างหาก

สำหรับตอนนี้ มาเคค้า ซึ่งอายุ 28 ปีแล้ว เซ็นสัญญากับ พานาธิไนกอส เมื่อปี 2018 แถมผลงานของเจ้าตัวกำลังพีคสุดๆ เมื่อซัดไปแล้ว 24 ประตูจาก 55 เกมในลีกดินแดนเทพนิยาย

นี่คือสโมสรที่ชุบชีวิตอาชีพนักเตะของเขาอย่างแท้จริง และน่าจะเป็นฟอร์มที่ร้อนแรงเหมือนกับเมื่อ 11 ปีที่แล้วที่เขาลงเล่นเปิดตัวในฐานะดาวรุ่งแห่ง “เธียเตอร์ ออฟ ดรีม”

ผลงานของ มาเคด้า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  2008-201436 เกม ยิงได้ 5 ประตู

ซามพ์โดเดรีย 2011 (ยืมตัว)16 เกม ยิงได้ 1 ประตู

ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2012 (ยืมตัว)6 เกม ยิงไม่ได้เลย 

สตุ๊ตการ์ท 2013 (ยืมตัว)18 เกม ยิงไม่ได้เลย

ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส 2013 (ยืมตัว)15 เกม ยิงได้ 3 ประตู 

 เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 2014 (ยืมตัว)18 เกม ยิงได้ 10 ประตู

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2014-201633 เกม ยิงได้ 8 ประตู

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2016 (ยืมตัว)3 เกม ยิงไม่ได้เลย

โนวาร่า 2016-2018 52 เกม ยิงได้ 11 ประตู   

พานาธิไนกอส 2018-ปัจจุบัน55เกม ยิงได้ 24 ประตู

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here